Be honest with the things you love. ซื่อสัตย์กับสิ่งที่ทำ ได้ช้าแต่ได้นาน


เราเคยพบกับกิจการ หรือสิ่งอะไรที่เขาทำได้กันเป็นสิบปีหรือเปล่า ว่าทำไมเขาถึงทำได้ บทความนี้ผมจะมาเล่าถึงความซื่อสัตย์ในสิ่งที่ทำกันครับ ว่าสำคัญกว่าการทำสิ่งที่ฉาบฉวยเพื่อหวังประโยชน์ในระยะสั้นอย่างไร


1.รู้จริงในสิ่งที่ทำ


ความซื่อสัตย์เบื้องต้น ที่เป็นหัวใจที่ทำให้เราประสบความสำเร็จได้อย่างยาวนาน ข้อแรกคือเรารู้จริง


ในทุกเรื่อง ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่จะมี Core ของเรื่องนั้นๆ ถ้าหากเรารู้จริงใน Core ของเรื่องนั้นๆ เราจะสามารถปรับตัวกับโลกที่เปลี่ยนไปได้ทัน และทำประโยชน์กับคนอื่นได้อย่างเต็มที่ครับ


ยกตัวอย่างจากผม แม้ว่าโลกจะเปลี่ยนไป แต่ Core ของการออกแบบยังไม่เคยเปลี่ยน คือ การตอบโจทย์ความต้องการและประสบการณ์ของคน เมื่อเราเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ Community ของเรา สิ่งที่เราทำจะสามารถช่วยเหลือเขาได้


หรืออีกตัวอย่างนึง ผมมีโอกาสได้คุยกับเจ้าของโรงงานบะหมี่ที่ขายตามโลตัส ท็อป ยี่ห้อนึง บริษัทนี้มีอายุกว่า 15 ปีมาแล้ว โดยเริ่มจากคน 4 คนเท่านั้น


สิ่งที่เขารู้จริง คือ การตอบโจทย์พ่อค้าแม่ค้าที่ขายก๋วยเตี๋ยวกันตอนดึกๆ ด้วยการรอรับสายโทรศัพท์อยู่ตลอด หรือการทำบะหมี่ ที่ทำทานง่าย ขายในแมคโคร โลตัส บิ๊กซี เป็นต้นครับ


2.ให้มากกว่าโลภอยากได้ของเขา


ต้องยอมรับกันแบบตรงๆ การที่เราทำงานสักอย่าง หรือทำสินค้ามา เราต้องการเงิน แต่ถ้าคำพูดดูสวยงาม คือ การนำสิ่งที่ดีให้กับเขา


เราเลยอยากได้ลูกค้า เพื่อทำให้เราเติบโต มีเงิน แต่คำพูดดูสวยงามนั้น ถ้าเรานำมาปรับใช้ เราจะพบว่าเป็นคำพูดที่จะเปลี่ยนจากการทำสินค้าเพื่อขาย เป็นการให้สิ่งที่ดีกับลูกค้าด้วยความจริงใจ


หากเราพัฒนาสิ่งที่เราทำ พัฒนาสินค้า ให้ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องการใช้งาน ประสบการณ์ พัฒนาชีวิตการเข้าสังคมกับเพื่อน ครอบครัว สังคม ให้เขามีชีวิตที่ดีจากสินค้าของเรา นี่คือความยั่งยืน ที่ลูกค้าของเราจะรักในแบรนด์ และเชื่อถือเรา ไม่ว่าเราจะทำอะไรออกมาขายสักกี่อย่างครับ


3.จัดให้สุด (ในต้นทุนของเรา)


จุดสำคัญของการซื่อสัตย์ในสิ่งที่ทำ คือ การทำสินค้า บริการ หรืองานของเราให้เต็มที่ จัดให้สุดเท่าที่จะทำได้ นี่คือสิ่งที่เรารู้มา


เราเลยไปกู้เงิน ยืมเงินคนอื่นมาลงทุน เพื่อที่จะได้ทำเต็มที่ในสิ่งที่รัก


สุดท้ายพอโลกเปลี่ยน หรือความคิดที่เราเชื่อว่าดี เราคิดผิด แทนที่จะได้เงินเพิ่ม กลับเป็นหนี้ซะงั้น


เพราะฉะนั้น การจัดให้สุดในที่นี้ คือ การเต็มที่ในการทำ ด้วยการหาความต้องการใช้ของคนก่อน อาจจะใช้คนอื่นทดลองใช้สินค้าเรา เพื่อเป็นการ research ว่าสิ่งที่เราทำไป คนต้องการจริงๆหรือเปล่า จะมีโอกาสสำเร็จหรือไม่


เรามักจะเต็มที่ด้วยการขายอย่างหนัก Hard Sale โดยที่ไม่ได้จัดให้สุดกับการดูความต้องการของคน ว่าต้องการสิ่งที่เราทำหรือเปล่า


เมื่อเราทำได้ดีแล้ว ค่อยกู้ยืมมาขยายสิ่งที่เราทำ เพื่อให้รันไปได้ด้วยดี แต่ถ้าเรากู้ยืมมาทำในสิ่งที่เรายังตอบคำถามปัญหาทุกข้อที่จะเข้ามาไม่ได้ ก็มีโอกาสสูงที่จะล้มเหลวจากการตั้งใจจริงครับ


มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนอื่น รวมถึงตัวเองในทุกๆวัน แล้วเราจะพบวันที่พิเศษ คนที่พิเศษ สถานที่ที่พิเศษ เรื่องราวที่พิเศษ จากการใช้ชีวิตที่ดีที่สุดของเรา เมื่อเราสร้างสิ่งที่พิเศษให้กับผู้คน เราก็จะได้รับความพิเศษแบบดีที่สุดเช่นเดียวกันครับ

ผู้เขียน : ทวา ศิริเวช

https://www.facebook.com/tawasiriwachlife

https://www.tawasiriwach.com

0 views

TAWA SIRIWACH

  • LinkedIn - White Circle
  • mail ic200