หนังสือเตือนใจของเรา 11 : บทที่ 9 จัดระเบียบในความคิดเรา

Updated: Jan 27, 2019



ยามเช้าที่แสงอรุณสาดส่องมาในห้องแห่งหนึ่ง แสงได้สะท้อนให้เห็นผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังตื่นมาด้วยความงัวเงีย รีบร้อนที่จะไปทำธุระในตอนเช้า


ระหว่างเดินทาง เธอนั่งคิดภารกิจที่จะต้องทำในวันนี้มาตลอดทาง จนมาถึงที่ทำงาน เธอทำงานหนักมาก เพราะมีหลายงานเข้ามาพร้อมๆ กัน แล้วทุกงานก็เร่งทำด่วนทั้งหมดเลย

เธอรีบทำงานอย่างเคร่งเครียด ไม่ได้คุยกับใคร มีใครมาทักก็หงุดหงิดใส่เขา จนวันนี้เธอดูหัวฟู สวยน้อยลงอย่างมาก


เธอยิ่งเครียดมากกว่าเดิม เมื่อเธอหาสิ่งที่เธอจดไว้ไม่พบ กระดาษใบนั้นที่เธอจดเอาไว้ ปนอยู่บนกองกระดาษที่จดงานมากมาย บนโต๊ะอันรกของเธอ


ในสมองของเธอตอนนี้ปั่นป่วนไปหมด ไม่รู้จะทำงานไหนดี คิดงานก็คิดไม่ออก ทำให้เกิดอาการหงุดหงิด พอเธอหงุดหงิด เธอก็ยิ่งคิดงานไม่ออกมากขึ้นไปอีก


แต่ในที่สุด เธอก็เคลียร์งานสำเร็จ และไปทำธุระอื่นๆต่อ ก่อนกลับถึงบ้าน


ตลอดทั้งวัน เธอใช้ความคิดมากมาย ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว เรื่องความรัก เรื่องค่าน้ำค่าไฟที่ยังไม่ได้จ่าย เรื่องที่คุยกับเพื่อนเมื่อวาน เรื่องที่แอบนินทาเพื่อนร่วมงาน เรื่องอาหารเย็นของน้องหมา เรื่องละครหลังข่าวที่ต้องคุยกับเพื่อนๆ ในวันพรุ่งนี้ และสารพัดเรื่องราว จนทำให้วันนี้สมองของเธอเหนื่อยล้ามากๆ จากการใช้ความคิดทั้งวัน


นอกจากในสมองของเธอจะอ่อนล้าแล้ว ยังทำให้ความคิดและการตัดสินใจช้าลง สมองตื้อ คิดอะไรก็ไม่ออก และทำผิดพลาดมากขึ้น


ยิ่งคิดไม่ออก ยิ่งทำผิดพลาด ยิ่งหงุดหงิด เธอยิ่งใช้ความคิดมากขึ้น และความคิดต่างๆ ก็พันกันยุ่งเหยิง จนเธอไม่รู้จะแก้ปัญหากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างไรดี


เราเคยเจอเหตุการณ์แบบผู้หญิงคนนี้บ้างไหม ที่เมื่อพบกับเรื่องที่ต้องให้คิดมากมาย เราจะคิดอะไรไม่ออก สมองตื้อ และรู้สึกหงุดหงิด โกรธง่าย และเหนื่อยล้ามาก


เธอเสียเวลาไปมาก กับการที่ต้องเหนื่อยล้ามากมาย เพราะเธอไม่ได้เสียเวลา เพื่อ “จัดระเบียบในความคิด”


บ้านที่ดูสะอาด สิ่งของเก็บเป็นระเบียบ แยกเป็นโซน แยกเป็นหมวดหมู่ชัดเจน ทำให้เราหยิบสิ่งของมาใช้ได้อย่างสะดวก และไม่ต้องใช้เวลาในการค้นหา


เช่นเดียวกัน ในความคิดของเรา ก็เหมือนบ้านหลังหนึ่ง ที่มีความคิดมากมาย เหมือนสิ่งของที่อยู่ในบ้าน หากเราปล่อยให้ข้อมูลความคิดของเรา วนเวียนอยู่ในหัวเราตลอดเวลา ก็เหมือนกับว่า เราต้องใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อค้นหาความคิดที่เราต้องการเพื่อนำมาใช้


คงไม่ดีแน่ หากเราต้องสูญเสียพลังงานเพื่อค้นหาความคิดในสิ่งที่เราต้องการ ทำให้เหนื่อยล้าในสมอง และร่างกายมากเกินความจำเป็น


แต่โชคดี ที่เรามีหลายวิธีในการจัดระเบียบในความคิดเรา เพื่อให้เราไม่ต้องใช้พลังงานของความคิดโดยไม่จำเป็น เพราะฉะนั้น เรามาเริ่มจัดระเบียบในความคิดของเรากันดีกว่า


วิธีแรก เรามานึกกันก่อน ว่าเราจะต้องทำอะไรบ้าง


เริ่มจาก เรานำสิ่งที่เราต้องทำต่างๆ มากระจายให้เห็นก่อน โดยอาจจะกระจายอยู่ในความคิด หรือที่ง่ายกว่า คือ เรานำสิ่งที่เราต้องทำ มาจดไว้ในกระดาษ หรือในคอมพิวเตอร์แล้วแต่สะดวก จะทำให้เรามองเห็นว่าเราต้องทำอะไรบ้าง


เมื่อรู้ว่าเราต้องทำอะไรบ้างแล้ว ทีนี้ เราจะมาเรียงลำดับความสำคัญของสิ่งที่เราต้องทำก่อน ว่าเราจะต้องทำสิ่งไหนก่อน สิ่งไหนหลัง โดยมีวิธีแบ่งประเภท 4 อย่าง คือ


สำคัญ เร่งด่วน : ถ้าสิ่งที่เราต้องทำ มีความสำคัญ และเร่งด่วน เราควรเลือกทำสิ่งนี้ก่อน เพื่อให้ภารกิจที่มีค่าของเรา ทำเสร็จทันเวลา และมีคุณภาพที่ดี


สำคัญ ไม่เร่งด่วน : เราอาจจะทำสิ่งที่เร่งด่วนก่อนก็ได้ หากเรามีเวลามากพอ ที่จะสามารถทำให้เสร็จทันเวลา แต่อย่าดองงาน หรือผลัดวันประกันพรุ่งนานมากนัก เพราะยิ่งเราลงมือทำช้าเท่าไหร่ เรายิ่งเข้าใกล้ความเร่งด่วนมากเท่านั้น


ไม่สำคัญ เร่งด่วน : บางเรื่อง อาจจะไม่สำคัญมาก แต่ทำให้เรามีความสุขมากยิ่งขึ้น เราอาจจะรีบทำก่อน เพื่อให้มีเวลาไปทำในสิ่งที่สำคัญกว่า หรือเราอาจจะตัดภารกิจนี้ไปเลยก็ได้ หากว่าไม่สำคัญจริงๆ


ไม่สำคัญ ไม่เร่งด่วน : อันนี้เป็นประเภทสุดท้าย ที่เราเก็บไว้ทำเป็นภารกิจสุดท้าย เพราะว่าเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญมากเท่าไหร่ และไม่เร่งด่วนด้วย ถ้าหากเราทำภารกิจในประเภทนี้ก่อน เราอาจจะลงมือทำในสิ่งที่สำคัญไม่ทัน


วิธีนี้เหล่านี้ จะทำให้เรารู้ว่า เราต้องทำอะไรก่อนและหลัง และเราจะได้เลือกตัดภารกิจที่ไม่สำคัญออกไปก่อน และทำสิ่งที่สำคัญก่อน ทำให้เราเลือกได้ว่า จะเต็มที่กับสิ่งไหนก่อน


และสุดท้ายที่สำคัญ คือ มีสมาธิ สนใจในสิ่งที่เราทำอยู่ในตอนนี้ และทิ้งความคิดที่ไม่จำเป็นต้องใช้ไปบ้าง


วิธีจัดระเบียบที่ผ่านมา คงไม่มีผลอะไร ถ้าหากเราไม่เต็มที่กับสิ่งที่เราทำ และไม่มีสมาธิอยู่กับสิ่งนั้น เพราะ ถ้าเราวอกแวก ไปทำอย่างนู้นที อย่างนี้ที ก็เท่ากับว่า เราก็ยังคงใช้พลังงานความคิดเรามากอยู่ดี จากการที่เราต้องคิดสิ่งต่างๆหลายอย่างพร้อมกัน


ก่อนจะออกกำลังกายอย่างหนัก เราต้องวอร์มร่างกาย เพื่อให้ร่างกายรู้ว่าเราจะออกกำลังกายอย่างหนัก เช่นกัน การจัดระเบียบความคิด นอกจากจะทำให้ความคิดเป็นระเบียบ เป็นหมวดหมู่ขึ้นแล้ว ยังทำให้เรารู้ว่า เราต้องเต็มที่กับสิ่งที่เราต้องทำกับเรื่องไหน เพื่อให้พร้อมทำภารกิจที่มากมายและเร่งด่วนอยู่เสมอ ความอ่อนล้าจะน้อยลง เราจะมีเวลาที่มากขึ้น และมีความสุขมากขึ้น



Thanks for reading.

Author: Tawa Siriwach

https://www.tawasiriwach.com

www.facebook.com/tawasiriwachlife


0 views

TAWA SIRIWACH

  • LinkedIn - White Circle
  • mail ic200